ความรัก

 
 
 

โฆษิต ทัศนเทพกมล

หลังจากที่เราได้ "เหนื่อย" กับ "การนวด" กดจุดสัมผัสให้เกิดความสุขมาหลายตอน ฉบับนี้ขอพักเหนื่อยสัก 1 ตอน คุยกันเบาๆในเรื่องของความรักให้เข้าบรรยากาศที่เพิ่งผ่านวาเลนไทน์ มาเมื่อเดือนที่แล้ว

หลายท่านอาจจะเข้าใจลึกซึ่งกับคำว่า "ความรัก" หลายท่านอาจจะยังสับสนกับคำคำนี้ บางท่านอาจจะกำลังค้นหาความจริงของความรักอยู่ ดังนั้นผู้เขียนจึงได้ตั้งหัวเรื่องว่า "ความรักคืออะไร" คงจะมีคำตอบมากมายเกี่ยวกับความรักและเป็นสิ่งดีๆ ที่เราจะมอบให้กับคนที่เรารัก และขออนุญาตนำความหมายของคำว่า "ความรัก" จากจิตแพทย์ท่านหนึ่งที่ผู้เขียนให้ความเคารพและนับถือคือ ศร.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ ท่านได้ให้ความหมายกับคำว่า "ความรัก" ตรงกับความหมายในภาษาอังกฤษว่า "Care" คำว่า Care จะมีสิ่งดีๆ รวมกันอยู่ถึง 3 อย่าง คือ "ความห่วงใย ความผูกพัน และความเอื้ออาทร"

เวลาที่เรารักใครสักคน เราคงอยากจะให้คนที่เรารักมีความสุข เกิดความห่วงใยในชีวิตความเป็นอยู่ อาหารการกินเป็นอย่างไรบ้าง ห่วงใยสุขภาพทั้งกายและใจ การงานเป็นอย่างไรบ้าง และอื่นๆ เมื่อความห่วงใยเกิดขึ้น จิตใจเกิดความรู้สึกผูกพัน อยากอยู่ใกล้ อยากเห็นหน้าเห็นตากัน อยากพูดคุย ถึงแม้นจะอยู่ห่างไกล อยากได้ยินเสียงทางโทรศัพท์ การติดต่อทางจดหมาย คุยกันทางอินเตอร์เนต เร่งวันเวลาหรือรอคอยวันเวลาที่จะอยู่ร่วมกันเมื่อความห่วงใยและความผูกพันเกิดขึ้นแล้ว จะทำให้เกิดความเอื้ออาทรหรือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เกิดการให้ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจมิได้มีสิ่งใดที่ไม่ดีแอบแฝง

ความมีน้ำใจต่อกันช่วยเหลือทุกวิถีทางในสิ่งที่จะช่วยได้หรือถูกขอร้องให้ช่วยจะได้เห็นว่า เมื่อมีความรักเกิดขึ้นจะมีกำลังใจหรือพลังจิตที่จะช่วยให้คนที่เรารักมีความสุขมากที่สุด มีสิ่งดีๆ ทั้ง 3 อย่างนี้รวมกันอยู่ใน "Care" ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม สร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน

เมื่อมีความรักเกิดขึ้นแล้ว ควรจะมีการทะนุถนอมให้ความรักนั้นยั่งยืนยาวนานตลอดไป จำเป็นต้องมีองค์ประกอบอีก 2 อย่าง มาช่วยเสริมให้ความรักสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คือ ความเข้าใจและการให้อภัย

คน 2 คนรักกัน ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันย่อมต้องอาศัยความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยเอาใจเขามาใส่ใจเรา มองกันในแง่ดีสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน เกิดความไว้วางใจเชื่อใจกัน ปรารถนาดีต่อกัน มองให้ออกและเข้าใจ ถึงความรู้สึกอีกฝ่ายหนึ่งอย่างถ่องแท้ ยอมรับได้ทั้งในด้านบวกและด้านลบของคู่ของเรา อย่าให้เกิดความรู้สึกที่ขัดแย้งกันมีอะไรให้ปรับความเข้าใจกัน อย่าได้เก็บความรู้สึกที่แคลงใจ สงสัยไม่เชื่อใจ ไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในจิตใจ จะทำให้เกิดภาวะของการทำใจและการจำใจ ซึ่งเราจะพบเห็นเสมอในชีวิตคู่ของสังคมปัจจุบัน การทำใจและการจำใจ จะยังมีความขัดแย้งในความรู้สึก และเกิดแรงกดดันภายในจิตใจอยู่รอวันเวลาที่จะระเบิดเป็นการกระทำที่รุนแรงต่อกัน นำมาซึ่งความทุกข์ใจ จึงจำเป็นต้องมีการปรับความเข้าใจซึ่งกันและกันสร้างความเข้าใจต่อกันเพื่อจะสร้างความสุขใจขึ้น ในชีวิตคู่ต่อไป

ส่วนการอภัยกัน มนุษย์เราที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมไม่มีใครที่จะไม่เคยทำสิ่งผิดพลาด ดังนั้นในชีวิตคู่ที่อยู่ร่วมกันย่อมจะต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นเหตุธรรมดา จึงต้องพยายามเข้าใจกัน และปรับความเข้าใจและถืออารมณ์แห่งการให้อภัยกันและอารมณ์แห่งการสำนึกผิดหรือถูกด้วยเหตุและผล รู้จักการกล่าวคำว่า "ขอโทษ", "ขออภัย", "เสียใจ"ย่อมจะมีส่วนทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายลง จนสายสัมพันธ์ขาดจากกันไปหาวิธีการหรือตั้งสติที่จะช่วยกันป้องกันมิให้ผิดพลาดซ้ำซาก เพื่อสายสัมพันธ์แห่งความรักอยู่ยืนยาวต่อไป

สรุปโดยรวมความรัก คือความห่วงใย ความผูกพัน ความเอื้ออาทร ความเข้าใจและการให้อภัยกัน จะทำให้สายสัมพันธ์แห่งความรักแน่นแฟ้นสดชื่นและมีกำลังใจ กำลังกายที่จะนำพาชีวิตคู่ไปได้ถึงที่สุด และแน่นอนเมื่อความรักมีสายสัมพันธ์ที่ดีแล้ว การจะสร้าง "เซ็กซ์สำราญ" ก็จะดีและมีคุณภาพที่ดีตามไปด้วย