น้ำอภิเษก

 
 

จังหวัดฉะเชิงเทรา

น้ำอภิเษก จากจังหวัดฉะเชิงเทรามีอยู่สองแห่งด้วยกันคือ น้ำสระมหาชัย และน้ำสระหินดาษ
สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษก คือวัดโสธร

น้ำสระมหาชัย
สระมหาชัย หรือ สระลำมะชัย เป็นบึงมีมาแต่สมัยใดไม่ปรากฎ เมื่อก่อนปี พ.ศ.๒๔๕๐ บริเวณนี้เป็นป่าดง มีหญ้าหนาทึบปิดบังพื้นน้ำอยู่ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๔ ได้มีชาวบ้านไปหักร้างถางพง และสร้างที่พักอาศัยชั่วคราว และได้อาศัยน้ำในบึงนี้ตลอดมา และมีจำนวนผู้เข้ามาตั้งหลักแหล่งมากขึ้นตามลำดับจนปัจจุบันบึงนี้ตื้นเขิน ราษฎรใช้ทำนาได้เกือบหมด ตัวบึงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีพื้นที่ประมาณ ๑๐ ไร่ น้ำในบึงใสจืดใช้อุปโภคและบริโภคได้ดี
น้ำสระหินดาษ
สระหินดาษ ไม่ปรากฎประวัติความเป็นมา บริเวณสระเป็นหินกรวดและศิลาแลง มีเนื้อที่ประมาณ ๖ ไร่เศษ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัดหินดาษ เมื่อประมาณร้อยปีเศษมาแล้ว บริเวณนี้เป็นป่าดง สระนี้มีมาแล้วแต่เดิม ต่อมาเมื่อมีผู้มาตั้งรกรากบริเวณนี้จึงพบสระนี้ ที่กลางสระมีบ่อเล็ก ๆ อยู่บ่อหนึ่ง กว้างลึกประมาณ ๑ ศอก ในบ่อมีทรายอยู่เมื่อแหวกทรายออกจะพบน้ำใช้ดื่มกินได้ ปัจจุบันตัวสระกว้างประมาณ ๗ วา ยาว ๘ วา มีบันใดทำด้วยหินรวม ๔ แห่ง สระนี้ลึกประมาณ ๒ ศอก กลางสระเป็นดินปนกรวด บ่อกลางสระก็หมดสภาพไป
เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๕๐ นายพรม ชาวบ้านดงน้อยได้สร้างวัดหินดาษขึ้น ทางวัดได้พยายามขุดสระน้ำหลายแห่งแต่ได้น้ำไม่พอใช้ และคุณภาพไม่ดี ต่อมาจึงได้ขุดบ่อน้ำใกล้สระหินดาษ ได้พบขอบบ่อเก่า และเมื่อเปิดหน้าดินชั้นแรกก็พบรูปบ่อเดิม เมื่อขุดลึกลงไปประมาณ ๑ เมตร ก็มีน้ำไหลออกมาจากหินชานบ่อโดยรอบทุกด้าน เป็นน้ำใสสะอาด จืดสนิท เมื่อได้ลอกบ่อเอาดินขึ้นมาจนบ่อลึกเป็นที่พอใจแล้วก็ได้น้ำพอแก่ความต้องการ ได้ใช้มาจนถึงปัจจุบัน บ่อดังกล่าวนี้กว้างประมาณ ๔ ศอก และลึกประมาณ ๔เมตร
สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษก
วัดโสธร เดิมชื่อ วัดเสาธง เนื่องจากมีเสาธงสูงใหญ่เป็นเครื่องหมายสำคัญ ต่อมาเกิดมีลมพายุพัดเสาธงหัก ทำให้ผู้เรียกนามวัดสมัยนั้นว่า วัดเสาธงทอน ต่อมาชื่อวัดได้เพี้ยนห้วนเข้ากลายเป็นวัดโสธร
ต่อมาไม่ปรากฎชัดว่าเป็นสมัยใด ได้เล่าสืบกันมาว่ามีพระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยน้ำมาในแม่น้ำบางปะกง เมื่อลอยมาถึงหน้าวัดโสธรก็ลอยวนอยู่หน้าวัด บรรดาชาวบ้านและพระสงฆ์ได้ช่วยกันอัญเชิญขึ้นจากน้ำ แล้วนำไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ แล้วจึงได้ขนานนามพระพุทธรูปองค์นี้ตามชื่อวัดว่า หลวงพ่อโสธร คำว่า โสธร แปลว่า ผู้ร่วมท้องกัน พี่ชาย น้องชาย จึงมีประวัติหลวงพ่อโสธร ตามที่เล่าสืบกันมาว่า มีพระพี่น้อง ๓ รูป มีวิชาสามารถแปลงร่างได้ พระทั้ง ๓ รูป อยู่ทางเหนือ ได้แปลงเป็นพระพุทธรูปลอยน้ำมา เพื่อทดลองวิชาคนทางใต้ ในที่สุดได้ลอยมาในลำน้ำบางปะกง และแสดงฤทธิ์ลอยทวนน้ำ ประชาชนเห็นเข้าก็ช่วยกันนำขึ้นฝั่งแต่ไม่สำเร็จ แล้วพระพุทธรูปทั้งสามองค์ก็จมน้ำหายไป สถานที่ดังกล่าวจึงเรียกว่า สามพระทวน ต่อมาได้เพี้ยนเป็นสำปะทวน พระพุทธรูปองค์กลาง ได้ลอยน้ำต่อไปจนถึงคุ้งวัดใต้ ชาวบ้านพยายามนำเข้าฝั่งแต่ไม่สำเร็จจึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บางพระ ต่อมาพระพุทธรูปองค์นี้ได้ลอยมาอยู่ที่ แหลมเหนือคุ้งบางพระ และลอยนิ่งอยู่จนทำให้เกิดน้ำวนขึ้นจึงเรียกว่า แหลมหัววน ต่อมาได้มีผู้ทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นบก แล้วอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ใน พระอุโบสถวัดโสธร เป็นพระพุทธรูปคู่เมืองฉะเชิงเทรามาถึงทุกวันนี้
ทางวัดได้จัดงานประจำปีนมัสการหลวงพ่อโสธรปีละ ๒ ครั้ง คือ กลางเดือน ๕ และกลางเดือน ๑๒ มีผู้มานมัสการจากต่างถิ่นเป็นจำนวนมาก

 

จังหวัดนครราชสีมา

 

น้ำอภิเษกจากจังหวัดนครราชสีมามีอยู่ ๔ แห่งด้วยกัน คือ น้ำสระแก้ว น้ำสระขวัญ น้ำธารปราสาท และน้ำปักธงชัย
สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษก คือ วัดพระนารายณ์มหาราช

น้ำธารปราสาท
ธารปราสาท เป็นลำธารอยู่ในพื้นที่อำเภอโนนสูง มีน้ำไหลอยู่เสมอ ชื่อธารปราสาท มีชื่อเป็นศุภมงคล มีมาแต่โบราณถือเป็นของคู่บ้านคู่เมืองที่ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่สมัยขอมยังมีอำนาจอยู่ในดินแดนส่วนนี้
น้ำสระแก้ว น้ำสระขวัญ

สระแก้ว และสระขวัญ อยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เป็นสระที่มีชื่อเป็นศุภมงคล มีมาเก่าแก่ตั้งแต่สมัยขอมมีอำนาจในดินแดนส่วนนี้

น้ำสระปักธงชัย
สระปักธงชัย อยู่ในท้องที่อำเภอปักธงชัย ซึ่งเดิมเป็นเมืองปักธงชัย เป็นสระโบราณ มีมาตั้งแต่สร้างเมืองนครราชสีมา ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นสระที่มีชื่อเป็นศุภมงคล

สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษก
วัดพระนารายณ์มหาราช เดิมชื่อ วัดกลาง สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชพร้อมกับสร้างเมืองนครราชสีมา ได้รับพระราชทานเป็นวัดหลวง เมื่อปี พ.ศ.๒๔๗๖ และให้ชื่อว่า วัดกลางนคร ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๑ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระนารายณ์มหาราช ในพระวิหารของวัดมีพระประธานขนาดใหญ่มาก ถือว่าเป็นวัดสำคัญที่สุดของจังหวัดนี้ ได้ใช้เป็นที่กระทำสัตย์สาบาน ถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยามาโดยตลอด ปรากฎในตำหรับพระบรมราชาภิเษกสัปดมะราชมหาจักรีวงศ์ พุทธศักราช ๒๔๖๘ ตอนหนึ่งว่า

ธารปราสาท สระแก้ว สระขวัญ
ปลายมาส ชัยะภูมิขันธ์ กับน้ำ
ปักธงชัย ถวัลย์ วิศิษฏ์หก สถานแฮ
นะครราชะ สีมาล้ำ ชะเลศใช้ เฉลิมธรรม

 

จังหวัดอุบลราชธานี

น้ำอภิเษกจากจังหวัดอุบลราชธานีมีอยู่ ๓ แห่งด้วยกันคือ น้ำท่าหอชัย น้ำกุดศรีมังคละ และน้ำกุดพระฤาชัย
สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษกคือ วัดศรีทอง

 

น้ำท่าหอชัย
เนื่องจากเมืองอุบล ฯ เพิ่งตั้งขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จึงไม่มีสระแก้ว สระขวัญ เช่น เมืองเก่าอื่นๆ ที่สร้างมาแต่สมัยขอมมีอำนาจ จึงได้ลงมติให้ใช้น้ำจากแม่น้ำมูล โดยจำกัดเขตแดนลงที่ท่าหอชัย โดยเอาน้ำพระพุทธมนต์เทลงในลำน้ำมูลกลางท่าหอชัย เพื่อให้น้ำที่นั้นเป็นน้ำชัยมงคล
น้ำกุดศรีมังคละ และน้ำกุดพระฤาชัย
อยู่ฝั่งใต้แม่น้ำมูล ห่างจากตัวเมืองอุบล ฯ ไปประมาณ ๑๐๐ เส้น ที่มาของน้ำทั้งสองแห่งนี้ไม่แจ้งชัด เป็นเพียงข้อสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดขึ้นภายหลังสงครามไทยกับญวน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยแม่ทัพในครั้งนั้นที่ยกไปช่วยทางด้านนครพนมคือ พระพรหมวงศา (กุทอง) ต้นตระกูลสุวรรณกูฏ เจ้าเมืองอุบล ฯ คนที่ ๓ ได้ทำพิธีทำน้ำมนต์จาก การเสี่ยงหา ตามแบบโบราณ จากกุดหนองในบริเวณนั้น

สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษก
วัดศรีทอง เป็นวัดที่อุปฮาดโท ณ อุบล เป็นผู้สร้างถวายท่านเทวธัมมี (ม้าว) ซึ่งเป็นปุราณลัทธิวิหาริกของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ มีพระแก้วเก่าแก่ที่ขุดได้ที่ดงบุ่งไหม ท้องที่อำเภอวารินชำราบ เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชนมาก มีพระทองทิพย์ เป็นพระเก่าแก่อัญเชิญมาจาก นครเวียงจันทน์ เป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไปเป็นอันมาก นอกจากนั้นชื่อวัดยังเป็นศิริมงคลอันประเสริฐ

 

จังหวัดจันทบุรี

 

น้ำอภิเษกจากจังหวัดจันทบุรีมีอยู่ ๒ แห่งด้วยกันคือ น้ำสระแก้ว และน้ำธารนารายณ์
สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษกคือ วัดพลับ

น้ำธารพระนารายณ์

ถ้ำพระนารายณ์ อยู่ที่เชิงเขาสระบาป ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมืองฯ จังหวัดจันทบุรี อยู่ห่างจากตัวเมือง ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร เป็นต้นของธารนารายณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาส นับแต่นั้นมาก็ได้นำเอาน้ำในถ้ำมาประกอบพิธีน้ำอภิเษกต่อมา
น้ำที่สระแก้ว

สระแก้ว อยู่ใกล้กับเขาสระแก้ว ตำบลพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นสระโบราณ มีขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๗ เมตร อยู่ในป่าทึบ น้ำในสระเต็มเปี่ยม และใสบริสุทธิ์จนมองเห็นเป็นสีมรกต มีปลานานาชนิดอาศัยอยู่ ในสระปรากฎมีแสงสว่างเป็นวงเขียวคล้ายแก้วเป็นวงรอบสระ ได้มีการนำน้ำในสระนี้มาประกอบพิธีทำเป็นน้ำอภิเษก นับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้นมา

สถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษก
วัดพลับ ตั้งอยู่ที่ตำบลบางกะจะ เป็นวัดที่เจริญรุ่งเรือง และสร้างมาก่อนวัดอื่น ๆ ได้ใช้วัดนี้เป็นสถานที่ประกอบพิธีน้ำอภิเษก ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นต้นมา